ดราม่าหนัก ลุงเตะเด็กอย่างไร้เหตุผล

KicktheKidเมื่อบ่ายกดเข้า Facebook แล้วเลื่อนอ่านความเป็นไปของโลกเหมือนอย่างเคย แต่แล้วเนื้อข่าวขอความช่วยเหลือ ให้ชาวโซเซียล ช่วยกันตามหาชายคนหนึ่งก็เริ่มขึ้น มันเป็นคลิปจากเพจ เพจหนึ่ง ทางเพจได้นำคลิปจากกล้องที่ติดหน้ารถซึ่งเกิดเหตุการณ์ขึ้นแถวซอยรามคำแหง 85 โดยเป็นเส้นทางคุ้นเคยของฉัน เพราะเป็นทางผ่านประจำ ในคลิปนั้นมีชายรูปร่างผอมคนหนึ่งแตะเด็กที่เดินมากับผู้ปกครองอย่างไม่มีเหตุผล จนเด็กหงายล้มลงไปที่พื้นถนนอย่างแรง สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้รับชม เป็นอย่างมาก แม้กระทั่งตัวฉันเอง ถึงขนาดต้องกดดูเป็นรอบที่ 2 คราวนี้ดูแบบจับผิดและตั้งใจว่า เด็กได้มีท่าทีไปก่อกวน หรือสร้างความรำคาญให้แก่ชายคนนี้ก่อนหรือไม่ แต่ผลปรากฏว่าเด็กเดินมาอยู่ดีๆเท่านั้นเอง

คอมเม้นท์จำนวนกว่าพันคอมเม้นท์ ต่างแสดงความไม่พอใจออกมาเป็นจำนวนมาก ฉันเองก็อยากพิมพ์แสดงความเห็นลงไปเช่นกัน แต่เมื่อไล่อ่านไปเรื่อยๆ สิ่งที่อยากพูดก็มีคนพิมพ์ลงไปแทนหมดแล้ว จึงขอตามข่าวนี้อยู่เฉยๆดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามฉันได้คิดแต่คิดซ้ำไปซ้ำมาในใจ ช่างเป็นเคราะห์กรรมของเด็กน้อยเสียจริงๆ  และยังมีอีกหนึ่งความคิดแทรกเข้ามา ชายคนนี้ต้องไม่มีสติไม่ปกติอย่างแน่นอน เพราะคนดีๆที่ไหน จะมาแตะเด็กจนตัวปลิวโดยเด็กยังไม่ทำอะไรให้แม้แต่นิดเดียว

เย็นวันนั้นในระหว่างทางกลับบ้านจากที่ทำงานฉันต้องผ่านถนนรามคำแหงเช่นเคย ฉันพยายามสอดส่ายสายตา เพื่อมองหาชายคนดังกล่าว ซึ่งทางเพจลงรูปหน้าค่าตาเห็นอย่างเด่นชัดของเขาแนบเอาไว้ด้วย แต่ก็หาไม่พบ แต่แล้วไม่กี่วันถัดมา ในสื่อออนไลน์ก็ได้นำเสนอข่าวว่าจับตัวชายผู้กระทำผิดได้แล้ว ฉันรีบกดเข้าไปอ่านด้วยความใคร่รู้ ตามคาดชายคนนี้มีนามว่า ‘บังรูน’ และเคยมีประวัติว่ามีอาการทางจิตมาก่อน แต่ตำรวจไปจับได้ที่สถานีรถไฟแปดริ้วนู้น และรีบนำตัวกลับมายัง สน.หัวหมาก เขตพื้นที่เกิดเหตุทันที

คงเพราะหลานไม่ได้เป็นอะไรมาก ทางย่าของเด็กจึงเดินทางมาชี้ตัวพร้อมกล่าวว่าไม่ได้โกรธแค้นอะไรแล้ว เพียงแต่ดีใจที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ จะได้ไม่ต้องมีเด็กคนไหนมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้ดังเช่นหลานของตนอีก

บรรดาผู้เสพย์สื่ออย่างเราๆก็ปลื้มใจกับการทำงานของตำรวจไปตามๆกัน และยกย่องในความสามารถของเทคโนโลยี ถ้าโลกของเราไม่มีการพัฒนาเครื่องมือเหล่านี้แล้วล่ะก็ เรื่องนี้ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่มีหลักฐานอย่างประจักษ์ชัดขนาดนี้